คำคม

ปัญหามีไว้ให้หาปัญญา อุปสรรคมีไว้ให้ฝึกหาทางออก วันไหนที่มีความสุข วันนั้นอย่าทำความสุขในชีวิตหล่นหาย

วันพฤหัสบดีที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

สร้างกำลัง (ใจ)


“เวลา” ผ่านไปแล้วไปลับ ไม่สามารถย้อนกลับได้อีก “เมื่อเวลายังคงเดินไปข้างหน้า ชีวิตของคนเราก็ย่อมต้องเดินไปข้างหน้าด้วยเช่นกัน” คนเรามีชีวิตอยู่เพื่อก้าวเดินไปยังจุดหมายปลายทางตามเส้นทางแห่งฝันของแต่ ละคน ซึ่งท่ามกลางการเดินทางก็ต้องเผชิญกับอุปสรรคและโอกาสนานาประการ ไม่ว่า ชีวิตจะต้องเจอกับอะไร สิ่งสำคัญคือ “ชีวิตของทุกคนต้องก้าวเดินต่อไป” ชีวิตยังไม่หมดลมหายใจก็ต้องดิ้นรนกันต่อไป

การที่คนเราจะประสบความสำเร็จในการกระทำใดๆ ปัจจัยสำคัญประการ หนึ่งที่คนเราต้องมีก็คือ “กำลังใจ” คนเราต้องมีสภาพจิตใจที่มีความเชื่อมั่นและกระตือรือร้น พร้อมที่จะเผชิญกับเหตุการณ์ต่างๆ แม้ว่ากำลังใจจะเป็นสิ่งที่มอง ไม่เห็น แต่เป็นเรื่องของจิตใจที่ทุกคนสัมผัสได้ถึงพลังมหาศาล และ “กำลังใจ” สามารถเอาชนะปัญหาอุปสรรคทุกสิ่งทุกอย่างได้ ทำให้คนเราสามารถยืนหยัด และก้าวเดินต่อไปข้างหน้าด้วยกำลังใจเป็นสิ่งหล่อเลี้ยงจิตใจให้มีความมุ มานะ เข้มแข็ง เผชิญหน้ากับปัญหาอุปสรรคต่างๆ อย่างไม่สิ้นหวัง

คนเราต้องการให้ชีวิตก้าวเดินไปข้างหน้า จึงบอกตัวเองเสมอว่า “คนที่ไม่ผิดพลาดคือคนที่ไม่ทำอะไรเลย” เมื่อผิดพลาดแล้วต้องยอมรับมัน แล้วก้าวเดินต่อไปให้ได้ บทเรียนชีวิตที่ดีที่สุดล้วนเกิดจากความผิดพลาดของตนเอง ในอดีต “ความผิดพลาด คือประสบการณ์และพลังใจอันยิ่งใหญ่” อย่ายึดติด กับอดีต อย่าสิ้นหวังกับความผิดพลาดที่ผ่านไปแล้ว ไม่มีคำว่าสายสำหรับการ เริ่มต้นเพื่อก้าวเดินต่อไป
“เมื่อยังมีวันพรุ่งนี้ มีชีวิตก็ยังมีความหวัง” ทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาเป็นประสบการณ์ที่ทำให้ชีวิตมีคุณค่ามากขึ้น ซึ่งคนเราจะมีความแข็งแกร่งขึ้น หาก สามารถฝ่าฟันขวากหนามอุปสรรคต่างๆ ไปได้

การเผชิญกับปัญหาอุปสรรคของคนเราถือว่าเป็นเรื่องปกติ หากหลีกเลี่ยง มันไม่ได้ก็จงสนุกกับมัน เมื่อเผชิญกับปัญหาที่เลวร้ายก็อย่าคิดว่าปัญหานั้นเลวร้ายมากมายกว่าคนอื่น ให้มุ่งคิดว่าคนอื่นจำนวนไม่น้อยที่ต้องเผชิญกับปัญหาที่หนักหนามากมายกว่า นักปราชญ์เคยกล่าวเอาไว้ว่า “ในขณะที่ท่านกำลังเสียใจเพราะไม่มีรองเท้าใส่ ท่านควรคิดถึงคนที่เขาไม่มีแม้กระทั่งเท้า หรือหากท่านเสียใจที่ไม่มีเท้าก็ต้องระลึกว่ายังมีอีกหลายคนที่ไม่มีทั้ง เท้า และทั้งแขน”

บางครั้งคนเราก็เกิดความรู้สึกท้อแท้ เหนื่อยล้า คิดว่าปัญหาที่มีมันหนักหน่วงเกินกว่าจะรับได้แล้วไม่รู้จะจัดการกับปัญหา นั้นอย่างไร ก็ลองมองต่างมุม มองแง่บวก หรือพักปัญหานั้นไว้ แล้วมองไปรอบๆ ตัวเรา ยังมีผู้คนมากมายที่เขามีปัญหามากมายเหมือนๆ กันกับเรา หรือมีปัญหาสาหัสกว่าเราเป็นร้อยเท่าพันเท่า ไม่ใช่มีแต่เราคนเดียวที่เจอปัญหา โดยบ่อยครั้ง “กำลังใจ” เป็นทางออกที่สำคัญที่สุด ทั้งกำลังจากตนเอง และกำลังใจจากคนรอบข้าง

เมื่อต้องประสบกับปัญหา คนเราทุกคนก็ต้องการกำลังใจ เพื่อที่จะผ่าน ปัญหานั้นๆ ไปให้ได้ แม้แต่รอยยิ้มที่เกิดขึ้นด้วยจิตใจอันบริสุทธิ์ที่เรามีให้กับตนเองมันอาจจะ แฝงไปด้วยคุณค่าที่งดงามทำให้เราผ่อนคลายจากความ เหนื่อยล้า ท้อแท้ กลับมามีความหวังสดใสอีกครั้งได้อย่างน่ามหัศจรรย์ “รอยยิ้ม และเสียงหัวเราะที่คนเรามอบตนเอง และมอบให้กับคนรอบข้างอย่างไม่มีเงื่อนไข มันเป็นความงดงามที่สามารถแทนค่าเป็นกำลังใจซึ่งกันและกันได้”

หลายๆ คนมักนำพาตนเองให้จมอยู่กับปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว โดยไม่ยอม ลุกก้าวเดินไป มัวแต่เจ็บปวดกับสิ่งที่เกิดขึ้นจนขาดสติ อยู่อย่างคนสิ้นหวัง เสมือนกับหมดสิ้นแล้วทุกสิ่งทุกอย่าง แต่จริงๆ แล้วหากคนเราลองมองต่างมุมว่าปัญหาเป็นเพียงความผิดพลาดหรือขวากหนามที่ผ่าน มาแล้วก็จะผ่านไป ใช้มันเป็นบทเรียนที่สอนให้เรามีกำลังใจ และสร้างพลังให้เราก้าวเดินไปข้างหน้า อย่างมั่นคง มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น ตลอดจนเป็นกำลังในการต่อสู้กับปัญหา และนำชีวิตไปสู่เป้าหมายที่แต่ละคนต้องการ

การสร้างกำลังใจที่มีค่ามากที่สุด คือ การให้กำลังใจตนเอง คนเราต้อง เริ่มต้นที่ตัวเอง พึ่งตนเองก่อนที่จะพึ่งคนอื่น “ตนต้องเป็นที่พึ่งแห่งตน” ต้องรู้จักให้กำลังใจตัวเอง ด้วยการฝึกตนให้รู้จักมองต่างมุม สร้างนิสัยให้มองโลกในแง่ดี มีทัศนคติต่อสิ่งต่างๆ ในมุมบวก และรู้จักการแบ่งปันกำลังใจดีๆ ให้กับบุคคลรอบข้างด้วยความจริงใจ ใส่ใจซึ่งกันและกัน “กำลัง (ใจ)” คือ กำลังสำคัญของการสร้างชีวิตสู่ความสุข

วันพฤหัสบดีที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ปรัชญาการทำงาน และการดำเนินชีวิต


ดร.เทียม โชควัฒนา

  • รู้น้อยไม่เกี่ยงงาน คนเราหากมีความรู้น้อยต้องไม่ท้อถอย หรือ เลือกงาน เพราะการทำงานคือหนทางเพิ่มความรู้และประสบการณ์
     
  • เที่ยงธรรมและเยือกเย็น ผู้บริหารที่ดีต้องปกครองคนด้วยความเที่ยงธรรม และ สุขุมเยือกเย็นเป็นสำคัญ
     
  • ขยัน อดทน รักษาเครดิต คบคนดี อย่าเอาเปรียบใคร และ ไม่สร้างศัตรู คนที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต ต้องมีความขยัน อดทน ประพฤติตนน่าเชื่อถือ รู้จักคบคนดีเพราะคนดีย่อมนำพาไปสู่สิ่งดีๆ และที่สำคัญไม่ควรเอาเปรียบหรือเป็นศัตรูกับผู้อื่น
     
  • เป็นร่มเงาให้ประโยชน์สุข ต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงาและอุดมด้วยดอกผลอันเอื้อประโยชน์แก่ผู้ปลูกทำนุบำรุง และคนทั่วไปฉันใด องค์กรที่เจริญเติบโตมั่นคง ย่อมควรจะเอื้อประโยชน์และเกื้อกูลแก้บุคคลากรและสังคมฉันนั้น
     

วันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ข้อคิดจากหนังสือ ‘มันไม่เศร้า…เพราะเราเลือกได้’ It’s not so sad


“ถามว่าเคย “ท้อแท้ไหม”
กับความเป็นอยู่หลังอุบัติเหตุ
ก็มีบ้าง แต่คงไม่เกิน 2 ครั้งในรอบ 7 เดือน
ที่ผ่านมา ซึ่งทุกครั้งที่ท้อ
ก็ไม่เคยคิดฆ่าตัวตาย ไม่ร้องไห้
ใช้เวลากับความรู้สึกนี้ ไม่เกิน 3 นาที
แล้วก็เป็นเจี๊ยบคนเดิม”

…‘มันไม่เศร้า…เพราะเราเลือกได้’ It’s not so sad เป็นหนังสือไดอารี่ชีวิตเล่มที่ 2 ของ เจี๊ยบ สุนันทา แซ่เฮ้า ผู้ที่ประสบอุบัติเหตุจากเหตุการณ์รถมินิบัสทับร่าง(กลางลำตัว) เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2546 อุบัติเหตุในครั้งนั้นอวัยวะทำให้อวัยวะหลายอย่างในตัวเธอเสียหาย เช่น ตับแตก ปอดแตก ลำไส้ฉีก ม้ามแตก โอกาสกลับไปใช้ชีวิตปกติเกือบเป็นศุนย์ เธอต้องนอนอยู่โรงพยาบาลเป็นปี แต่ช่วงเวลาเหล่านั้นไม่ได้สูญเปล่า เธอยังอุตสาห์มีผลงานมาให้คนที่กำลังท้อแท้ได้อ่านสร้างกำลังใจกันถึง 2 เล่ม น่าชื่นชมครับ
“คนเราส่วนใหญ่ ก็อยู่ด้วยความหวัง และฝัน ที่ไม่มีใครรู้ได้ว่าจะเป็นจริงเมื่อไร แต่ก็ยังดีกว่าจะทิ้งความหวังในยามที่เราต้องการมากที่สุด”
“สิ่งหนึ่งที่มันหายไปในพริบตา แล้วต้องเร่งสร้างขึ้นมาใหม่คือ ฝัน”
“เราจะยอมแพ้ได้ ก็ต่อเมื่อเราหมดลมหายใจ ตราบใดที่เรายังมีลมหายใจอยู่ …เราต้องสู้”
“เวลาของทุกคนเท่ากัน แต่การใช้เวลาของแต่ละคนย่อมไม่เท่ากัน จึงไม่แปลกเลยที่บางคนอาจจะพูดว่า ‘ยังไม่ได้ทำอะไรเลย’ “
“ความอดทนไม่ได้ทำให้เราหมดหวัง ในทางกลับกัน ถ้าเราค่อย ๆ หมดความอดทน ความหวังที่เป็นอนาคตข้างหน้าก็จะดูริบหรี่ลง”
“ความเข้มแข็งจะสร้างสิ่งมหัศจรรย์ให้กับมนุษย์เสมอ …แต่อาจจะไม่ทุกครั้งที่จะเห็นผลก็ได้”
“เราทุกข์เพื่อเรียนรู้ …ไม่ได้ทุกข์เพื่อกำหนดชีวิตเรา”
“ความทุกข์ …มันจะหมดไปจากใจของเราได้ ถ้าเรายอมรับความเป็นจริงในสิ่งที่ทำให้เราเป็นทุกข์”
“Never give up = อย่ายอมแพ้”
“มนุษย์เกิดมาเพื่อเรียนรู้ วิธีการเรียนรู้แต่ละคนย่อมแตกต่างกันออกไปตามสิ่งแวดล้อมและสถานภาพ …กระบวนการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นทั้งชีวิต คือ การอดทนและต่อสู้กับอุปสรรคที่ต้องเผชิญ ให้ผ่านไปได้ด้วยดี”
“ก้าวไป อย่าหันมามองว่าเราเจ็บ ให้หันมามาองว่าเราเจ็บเพราะอะไร แล้วอย่าเจ็บอย่างนั้นอีก”
“ฟ้าหลังฝนมักสวยงามเสมอ ถึงแม้จะอึมครึมบ้าง แต่ก็ต้อสว่งสดใสอย่างแน่นอน
ถ้าเราเปิดตามองด้วยความรู้สึกที่ดี ไม่มีอะไรหรอกที่มืดมน”

“จงยิ้มในวันที่เป็นสุข ให้ทุกข์ในวันนี้เป็นครู”

วันพฤหัสบดีที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2556

สูตรลับสู่ความสุขของท่านพุทธทาสสำหรับปีใหม่นี้!!!

สูตรลับสู่ความสุขของท่านพุทธทาสสำหรับปีใหม่นี้!!!
หัวใจที่เบิกบาน
คำดีๆของท่านพุทธทาส สำหรับปีใหม่นี้
ให้ละ 3 = โลภะ โทสะ โมหะ
ให้ทำ 3 = ทาน ศีล ภาวนา
ให้นึก 3 = พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
ให้หา 3 = สะอาด สว่าง สงบ
4x3 = 12  พอแล้ว
  • จำสิ่งที่ควรจำ ลืมสิ่งที่ควรลืม
  • ทำสิ่งที่ควรทำ เลิกสิ่งที่ควรเลิก
มิฉะนั้นจะจมอยู่ในนรกตลอดเวลา!!!

วันจันทร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2555

คติสอนใจ - น้ำเต็มเเก้ว!!! เว้นว่าง...เพื่อเติมเต็ม!!!

ตั้งแต่เกิดมา แก้วน้ำได้ออกเดินทางไปเรื่อยๆ
ระหว่างทางก็มีคนคอยเติมน้ำให้อยู่เสมอ
จนวันหนึ่ง….น้ำจึงเต็มแก้วน้ำ
...
วันเวลาผันผ่าน แก้วน้ำได้ไปยังสถานที่ต่างๆ
พบสิ่งที่น่าสนใจมากมาย หลากหลาย
แก้วน้ำบางใบ เลือกจะเดินทางต่อไป
โดยปล่อยให้น้ำเต็มแก้วอยู่อย่างนั้น
เพราะคิดว่าการแวะถ่ายเทและเติมน้ำใหม่นั้น
เป็นการเสียเวลาและไร้ประโยชน์…
...
แต่แก้วน้ำของเราใบนี้ เลือกที่จะแบ่งปันน้ำให้ผู้อื่น
เขาแบ่งน้ำให้ต้นไม้ที่เหี่ยวเฉาอยู่ข้างทาง
และแบ่งให้กระต่ายน้อยที่หิวกระหาย
ดีกว่าการปล่อยน้ำให้ระเหยไปอย่างไร้ค่า
...
แก้วน้ำเดินทางเพื่อค้นหาและรับน้ำใหม่เสมอ
น้ำที่ได้รับนั้น บางครั้งเป็นน้ำค้างบริสุทธิ์จากยอดหญ้า
บางคราวก็เป็นน้ำฝนจากฟากฟ้า
บางครั้งเป็นน้ำขุ่นที่มีตะกอน
แก้วน้ำก็ต้องรับโดยผ่านการกลั่นกรองเสียก่อน
บางครั้งเป็นน้ำเน่าเสีย แก้วน้ำก็รู้จักที่จะปฏิเสธ
บางครั้งมีผู้รินน้ำให้ บางครั้งต้องตักเอาเองจากแม่น้ำ
บางครั้งก็ต้องรับน้ำจากต้นไม้อีกทอดหนึ่ง…
...
แม้การถ่ายเทและรับน้ำใหม่อยู่เรื่อยๆนั้น
จะทำให้เหนื่อยอยู่บ้าง แต่แก้วน้ำ ก็รู้ดีว่า
เส้นทางของเขานั้น ยังอีกยาวไกล
ต้องพบแหล่งน้ำอีกหลากหลาย เจอสิ่งต่างๆอีกมากมาย
แม้ในชีวิตหนึ่ง แก้วน้ำยังมีหลายสิ่งที่ต้องทำ
แต่สิ่งที่เขาจะไม่หยุดทำเลย ก็คือ
การทำตัวเป็นแก้วน้ำ ที่พร้อมจะรองรับน้ำอยู่เสมอ
เพื่อให้การเดินทางครั้งนี้มีคุณค่า
รู้จักหา…รู้จักรับ….และ เว้นที่ว่าง เพื่อเติมเต็ม
……
เรื่องน้ำเต็มแก้ว น้ำครึ่งแก้ว หรือ น้ำไม่เต็มแก้วนั้น
เราคงได้รู้ ได้เห็น และได้อ่าน กันมาบ้างแล้ว
หลายคน เปรียบเสมือนน้ำที่เต็มจนล้นแก้ว
ไม่พร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ยึดติดกับสิ่งเดิม
ยึดมั่นถือมั่น จนบางครั้ง ทำให้เป็นคนเห็นแก่ตัว
ไม่ก้าวหน้า หรือ เจริญเติบโตในหน้าที่การงาน
แต่อีกมากมายหลายคน แม้น้ำจะเต็มแก้วแล้ว
เขาก็จะถ่ายน้ำออก ด้วยการแบ่งปันให้ผู้อื่น
และเติมน้ำใหม่ ด้วยการเรียนรู้จากผู้อื่น เช่นกัน
คนเราไม่มีใครดีพร้อม เก่งหรือดีไปเสียทุกด้าน
ด้านไหนที่เราเก่ง หรือ เราทำได้ดี
ก็ควรต้องแนะนำหรือแบ่งปันความรู้ให้ผู้อื่น
ส่วนด้านใดที่เรายังไม่เก่ง หรือ ยังทำไม่ได้ดี
ก็ต้องหมั่นศึกษาเรียนรู้จากผู้อื่นเพื่อพัฒนาตนเอง
รู้จักให้…รู้จักรับ…รู้จักแบ่งปัน
เพียงเท่านี้ สังคมของเรา ก็จะเต็มไปด้วย
แก้วน้ำที่มีคุณภาพคับแก้วแล้ว…
ขอบคุณบทความ:http://www.oknation.net/blog/kritwat/2012/05/21/entry-1