คำคม

ปัญหามีไว้ให้หาปัญญา อุปสรรคมีไว้ให้ฝึกหาทางออก วันไหนที่มีความสุข วันนั้นอย่าทำความสุขในชีวิตหล่นหาย

วันพฤหัสบดีที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ปัญญาไม่ได้มีอยู่แต่ในมหาวิทยาลัย แต่อยู่ในจิตใจที่ใฝ่รู้


การเรียนรู้

แก้วที่คว่ำอยู่กลางสายฝน
ต่อให้ฝนตกกระหน่ำทั้งคืน
ก็ไม่อาจเต็มไปด้วยน้ำ

คนที่ไม่ยอมเปิดใจเรียนรู้
ต่อให้คลุกคลีอยู่กับนักปราชญ์
ทั้งคืนทั้งวัน
ก็ยังโง่เท่าเดิม

ใฝ่เรียนใฝ่รู้


การเรียนรู้เป็นพื้นฐานสำคัญที่จะทำให้คนเราประสบความก้าวหน้าได้ทั้งในเรื่องชีวิตและ การงาน
และยังเป็นการเปิดโลกให้กว้างขึ้น หากใครมีกำลังวางแผนจะเที่ยวหรือไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ
ซึ่งสถานที่แห่งนั้นมีสิ่งใหม่ ๆ รอให้เรียนรู้อยู่มากมาย หากสิ่งใดที่เราไม่รู้ ก็ขอให้เปิดใจให้กว้าง
เรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อชีวิตเราและสามารถนำมาต่อยอดเป็นประโยชน์ให้แก่สังคมได้


บางคนขณะใช้ชีวิตอยู่ในเมืองไทย ทุกสิ่งทุกอย่างสะดวกสบาย อะไรก็รู้ไปหมดเพราะสภาพแวดล้อม
เป็นประเทศไทยของเรา คนไทย และการใช้ภาษาไทย แต่เมื่อไปอยู่ต่างประเทศซึ่งต่างวัฒนธรรม ต่างภาษา
เราต้องมีการเรียนรู้และปรับตัว บางครั้งผู้เขียนได้เดินทางไปต่างประเทศ หลายสิ่งหลายอย่างก็ไม่รู้
แต่ผู้เขียนก็ลองเรียนรู้ดู ลองไปขึ้นรถไฟเอง ลองเดินทางเอง ลองทำหลายสิ่งหลายอย่างที่พระสามารถทำได้
นั่นคือ เราจะฉลาดจากการที่เราโง่ หรือ ไม่รู้ หรือ ทำผิดพลาดมาก่อน


เรื่องความโง่ความฉลาดนี้ ผู้เขียนมองว่า จริง ๆ แล้วไม่มีคนโง่ที่แท้จริงหรอก มีแต่ว่าเขายังไม่รู้
และเรายังค้นหาวิธีที่จะสอนเขาไม่เจอก็เท่านั้น ถ้าผู้ใหญ่จะสอนเด็ก เวลาเห็นเด็กไม่เก่ง ทางที่ดีผู้สอน
ควรจะพูดกับเด็กว่า เธอยังพยายามน้อยไปไหม หรือลองตั้งต้นใหม่อีกทีสิลูก
ซึ่งดีกว่าไปตัดสินว่า เด็กคนนั้นเป็นคนไม่มีคุณค่า หรือทำสิ่งใดไม่ได้เรื่องสักอย่าง


ขณะเดียวกันสำหรับผู้ใหญ่ ในโลกของการทำงาน หากงานใดที่เราทำไม่เป็น ถ้าเพื่อนร่วมงานหรือเจ้านาย
แนะนำก็ควรฟัง หรือควรพยายามเรียนรู้ด้วยตัวเองให้มากที่สุด แต่หากบุคคลใดที่ทำงานไม่เป็นแล้วยังมัว
ถือเนื้อถือตัวว่า เฮ้ย ฉันรู้น่ะ แกไม่ต้องมาบอกฉันรู้ของฉันดี หากพูดอย่างนี้ นอกจากมองไม่เห็น
หนทางก้าวหน้าแล้ว เพื่อนร่วมงานก็ยังไม่รัก ไม่ใส่ใจอีกแล้ว ขอให้เราเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน
เหมือนแก้วน้ำที่มีน้ำเพียงครึ่งแก้ว เพราะแก้วที่มีน้ำเพียงครึ่งแก้วจะสามารถเติมน้ำได้เสมอ
แต่หากเราทำตัวเป็นแก้วที่มีน้ำเต็มอยู่แล้ว ใคร ๆ ก็ไม่อยากเติมอะไรให้ ใคร ๆ ก็ไม่อยากมาสอนเรา


ฉะนั้น ในโลกของการเรียนรู้ อย่าไปคิดว่าเรารู้แล้ว ให้คิดว่าเรานี่ไม่รู้อะไรเลย ช่างกระจกเสียจริง
เรื่องอะไร ๆ ก็ไม่รู้
หากทุกตัวเช่นนี้แล้วผู้อื่นเขาก็อยากจะสอนเรา แต่ถ้าเราทำเป็นรู้ทุกอย่าง
นั่นคือเรากำลังทำตัวเป็น เต่า เป็นสัตว์โลกล้านปี อายุยืนกว่าสัตว์โลกทั้งหมด แต่ทำไมเต่าจึงไม่โตขึ้น
แม้ว่าจะผ่านไปกี่ปีก็ตามนั่นเพราะเนื้อของเต่าขยายตัวไม่ได้ เนื่องจากกระดองของมันแข็งและหุ้มเนื้อตัว
ของมันได้


บุคคลใดที่ทำตัวแข็งกร้าว ไม่อ่อนน้อม ใครแนะนำก็ไม่ฟัง เขาคนนั้นจะเป็นเหมือนเต่า นั่นคือขยายตัวไม่ได้
ต่อให้มีอายุเป็นล้านปี ก็โตไม่ได้ ต่างกับ มนุษย์ซึ่งเกิดมาโตขึ้นทุกวัน ๆ เพราะมนุษย์รู้จักอ่อนน้อมถ่อมตน
และปรับตัวได้ตลอด


มนุษย์คนไหนที่เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ คนคนนั้นจะเป็นคนที่มีเสน่ห์ น่าพูดคุยด้วยและประสบความสำเร็จ
ในชีวิตได้ เช่นเดียวกับ บิล เกตต์ถึงแม้เขาจะเรียนไม่จบ แต่กลับพบความสำเร็จ ที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตและการงาน
นั่นเพราะเขาเป็นคนใฝ่เรียนรู้ด้วยตนเอง นี่แสดงให้เห็นว่า ...


ปัญญาไม่ได้มีอยู่แต่ในมหาวิทยาลัย แต่อยู่ในจิตใจที่ใฝ่รู้

วันนี้หากเรายังเป็นลูกน้องเขา แต่ถ้ารักการเรียนรู้ วันหนึ่งก็จะกลายเป็นนาย กลายเป็นหัวหน้า
แต่หากไม่รักการเรียนรู้ วันนี้เป็นลูกน้องเขา ปีหน้าก็เป็นลูกน้อง ปีต่อไปก็เป็นลูกน้องตลอดไป
เช่นนี้แล้วเมื่อไรจะเป็นหัวหน้าคน เพราะฉะนั้น ถ้าเราเรียนรู้อยู่เสมอ ในอนาคตก็จะสามารถเป็นผู้นำได้


บุคคลใดใฝ่เรียนใฝ่รู้ คนคนนั้นจะกลายเป็นยอดคน ตรงกันข้าม บุคคลใดไม่เป็นคนใฝ่เรียน ใฝ่รู้
คนคนนั้นจะเป็นคนที่เห็นแก่ท้ายทอยคนอื่น เมื่อไรจะขึ้นมาอยู่ข้างหน้าบ้าง เมื่อไรจะกลายเป็น
ผู้นำ (Leader) ถ้าไม่เป็นคนใฝ่เรียนใฝ่รู้ เราก็จะต้องเป็นผู้ตาม(Follower) อยู่เช่นนั้นตลอด


.............................................................................................................................................

เพียงแค่รู้ัจักเปิดใจเรียนรู้ ยังมีสิ่งดี ๆ ในโลกให้ดูีอีกมากมาย

... (๙ เรื่องเพื่อความก้าวหน้า : ท่าน ว.วชิรเมธี)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น